<%@ page contentType="text/html; charset=windows-874" %> Alro.go.th
 
สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
 


การให้ใช้ที่ดินเพื่อกิจการสาธารณูปโภคและกิจกรรมอื่นๆ

       ในการดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 กำหนดให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) มีอำนาจในการพิจารณากำหนดแผนการผลิต และการจำหน่ายผลิตผลเกษตรกรรมในเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อยกระดับรายได้ และคุ้มครองผลประโยชน์ของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ปรับปรุงประสิทธิภาพในการผลิตและคุณภาพผลิตผลเกษตรกรรม ตลอดจนสวัสดิการ การสาธารณูปโภค การศึกษาและการสาธารณสุขของเกษตรกร ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการพัฒนา และเปิดโอกาสให้หน่วยงานอื่น ที่ประสงค์ร่วมในการพัฒนา ภายใต้วัตถุประสงค์และแนวทางการปฏิรูปที่ดิน คปก. จึงออกระเบียบ คปก. ว่าด้วยการมอบหมายให้เลขาธิการ ส.ป.ก. พิจารณาอนุญาตใช้ที่ดินเพื่อกิจการสาธารณูปโภคและกิจการอื่นๆ ในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2536

       1. ผู้มีสิทธิยื่นคำขอใช้ที่ดิน
ผู้มีสิทธิยื่นคำขอใช้ที่ดินตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ว่าด้วยการมอบหมายให้เลขาธิการ ส.ป.ก. พิจารณาอนุญาตใช้ที่ดินเพื่อกิจการสาธารณูปโภคและกิจการอื่นๆ ในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2536 ได้แก่ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่ดำเนินการโดยไม่หวังผลกำไร

       2. ประเภทกิจการ และขนาดจำนวนเนื้อที่ที่ให้ใช้
              1. การใช้ที่ดินเพื่อการศึกษา ให้ใช้ได้ ดังนี้
                     (1) โรงเรียนระดับอนุบาล เนื้อที่ไม่เกิน 12 ไร่
                     (2) โรงเรียนระดับประถมศึกษา เนื้อที่ไม่เกิน 25 ไร่
                     (3) โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา เนื้อที่ไม่เกิน 50 ไร่
              2. การใช้ที่ดินเพื่อกิจการอนามัย และสาธารณสุขให้ใช้ได้ ดังนี้
                     (1) สถานบริการสาธารณสุขชุมชน เนื้อที่ไม่เกิน 3 ไร่
                     (2) สถานีอนามัย เนื้อที่ไม่เกิน 10 ไร่
                     (3) โรงพยาบาล เนื้อที่ไม่เกิน 20 ไร่
              3. การใช้ที่ดินเพื่อการศาสนา เช่น วัด ให้ใช้ได้ตามจำนวนเนื้อที่ไม่เกิน 15 ไร่
              4. การใช้ที่ดินเพื่อกิจการไฟฟ้า ประปา ให้ใช้ได้ตามจำนวนเนื้อที่ที่จำเป็น
              5. การใช้ที่ดินเพื่อสร้างถนน ทางลำเลียง ให้ใช้ได้ตามจำนวนเนื้อที่ที่จำเป็น
              6. การใช้ที่ดินเพื่อก่อสร้าง หรือปรับปรุงแหล่งน้ำ เพื่อการประกอบเกษตรกรรม เช่น
ขุดคู คลอง สระน้ำ ฝาย อ่างเก็บน้ำ เป็นต้น ให้ใช้ได้ตามจำนวนเนื้อที่ที่จำเป็น
              7. การใช้ที่ดินเพื่อสร้างสถานที่ราชการ และรัฐวิสาหกิจ ให้ใช้ได้ตามจำนวนเนื้อที่ไม่เกิน 5 ไร่
              8. การใช้ที่ดินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม ให้ใช้ได้ตามจำนวนเนื้อที่ที่จำเป็นและเหมาะสม
              9. การใช้ที่ดินเพื่อสร้างที่ทำการสหกรณ์ ให้ใช้ได้ตามจำนวนเนื้อที่ที่จำเป็นและเหมาะสม
              10. การใช้ที่ดินเพื่อสร้างสถานที่จัดเป็นนันทนาการให้ใช้ได้ตามจำนวนเนื้อที่ตามที่พิจารณาเห็นสมควร
              11. การใช้ที่ดินเพื่อจัดสร้างศาลาประจำหมู่บ้าน ที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน หรือห้องสมุด ให้ใช้ได้ตามจำนวนเนื้อที่รวมกันไม่เกิน 1 ไร่

        3. ขั้นตอนการยื่นคำขออนุญาตใช้ที่ดิน
ผู้ที่ประสงค์จะขออนุญาตใช้ที่ดินเพื่อกิจการสาธารณูปโภคและกิจการอื่นๆ ในเขตปฏิรูปที่ดิน ให้ยื่นคำขอที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด ( ส.ป.ก. จังหวัด) ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่ ตามแบบที่ ส.ป.ก. กำหนด (ส.ป.ก. 4-29 ก.) พร้อมทั้งหลักฐานและเอกสารประกอบคำขอ ดังนี้
              1) บันทึกรับรองการปฏิบัติตามเงื่อนไขการได้รับอนุญาตให้ใช้ที่ดินตาม แบบที่ส.ป.ก. กำหนด ( ส.ป.ก. 4-30 ก.) จำนวน 3 ฉบับ
              2) คำขอสละสิทธิที่ดินของบุคคลที่ได้รับสิทธิโดยการปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม ( ส.ป.ก. 4-52 ก.) กรณีมีการจัดที่ดินแล้ว
              3) กรณีการใช้ที่ดินเหนือพื้นดินหรือใต้พื้นดิน เช่น การปักเสาเพื่อ เดินสายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ หรือการวางท่อส่งน้ำเพื่อการประปา หรือการชลประทาน หรืออื่นๆ ที่มีลักษณะทำนองนี้หากเกษตรกรผู้ได้รับการจัดที่ดินยังสามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินบริเวณที่ขอใช้ได้ และการใช้ที่ดินของผู้ขอใช้เป็นเพียงการรอนสิทธิบางส่วน ให้จัดทำเป็นหนังสือยินยอมจากเกษตรกรผู้ได้รับการจัดที่ดินโดยไม่ต้องสละสิทธิ
              4) กรณีที่ดินยังไม่ได้จัดให้เกษตรกรเข้าทำประโยชน์ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ถือครองทำประโยชน์ในที่ดินนั้นทุกรายทุกแปลง โดยมีหลักฐานการยินยอมเป็นหนังสือ
              5) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาบัตรข้าราชการของผู้ยื่นคำขอ หนังสือมอบอำนาจ หนังสือจดทะเบียน มูลนิธิ สมาคม สำเนาบัตรประจำตัวผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ
              6) แผนที่แสดงจุดที่ตั้ง และแสดงเขตติดต่อข้างเคียง
              7) แผนผังสิ่งก่อสร้างกรณีที่มีจัดทำกิจกรรมในบริเวณพื้นซึ่งทำให้เกิดรายได้ ให้ระบุจำนวนเนื้อที่ พร้อมระบุรายละเอียดการดำเนินการหรือกิจกรรมที่ทำให้เกิดรายได้ โดยจัดทำลงในกระดาษ เอ 3 หรือ เอ 4 จำนวน 3 ฉบับ และให้ผู้ขออนุญาตลงนามกำกับแผนผังฯ ดังกล่าวทั้ง 3 ฉบับ
              8) แผนงานโครงการ งบประมาณที่ได้รับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
              9) การขออนุญาตทุกกิจการจะต้องมีความเห็นของ อบต. และหากเป็นกิจการที่เห็นว่า อาจจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนจะต้องผ่านความเห็นชอบจากชุมชุนท้องถิ่นว่าไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตความเป็นอยู่ประชาชน ทั้งนี้ กิจการใดที่กฎหมายระบุว่าต้องผ่านการพิจารณาของหน่วยงานอื่น ก็จะต้องได้รับความเห็นชอบตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานนั้นๆ ด้วย
              10) หลักฐานอื่นๆ ที่จำเป็น ขึ้นอยู่กับประเภทของกิจการที่ขอใช้
(ตามคำสั่งที่ 50/2549 ลงวันที่.25มกราคม 2549)

       4 ค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ในที่ดิน
       คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก. ) มอบหมายให้เลขาธิการ ส.ป.ก. มีอำนาจเรียกเก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์จากการขอใช้ที่ดินเพื่อกิจการสาธารณูปโภคและกิจการอื่นๆ ดังนี้
              1. ให้เรียกเก็บค่าตอบแทนตามราคาประเมินของกรมธนารักษ์ หรือราคาที่ ส.ป.ก. ได้จ่ายชำระค่าที่ดินอันมีราคาสูงกว่าราคาประเมินของกรมธนารักษ์ ในปีที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ที่ดิน
              2. กรณีหน่วยงานที่ขอใช้ที่ดินกำหนดให้มีคณะกรรมการกำหนดราคาทดแทนทรัพย์สิน โดยมีผู้แทนของ ส.ป.ก. เป็นกรรมการร่วมด้วย ให้เรียกเก็บตามที่คณะกรรมการหน่วยนั้นกำหนด เช่น               การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ
              3. ให้เลขาธิการ ส.ป.ก. มีอำนาจยกเว้นการเรียกเก็บค่าตอบแทนฯ เมื่อมีข้อเท็จจริงปรากฏทั้ง 3 กรณี ดังนี้
                            (1) ถ้าเป็นกรณีหน่วยงานของรัฐ หรือเอกชนที่ดำเนินการโดย ไม่หวังผลกำไร ขอใช้ที่ดินพื่อกิจการสาธารณูปโภคไม่เรียกเก็บค่าบริการ หรือค่าใช้จ่ายใดๆจากผู้ใช้บริการ ให้เลขาธิการ ส.ป.ก. มีอำนาจยกเว้นการเรียกเก็บค่าตอบแทนฯ
                            (2) มีการแสดงเหตุผลที่ชัดเจนว่า การใช้ที่ดินบริเวณที่ขออนุญาตจะเป็นประโยชน์แก่เกษตรกร และต่อชุมชนในท้องถิ่นตามเจตนารมณ์ของการปฏิรูปที่ดิน หรือเป็นที่ที่เหมาะสมในการรักษาความมั่นคงของประเทศ
                            (3) การใช้ประโยชน์ในพื้นที่มีการใช้สอยพื้นที่ตามขนาดเนื้อที่ที่จำเป็นแก่การนั้น และกระทบต่อพื้นที่แปลงเกษตรกรรมน้อยที่สุด และผ่านความเห็นชอบจากชุมชนท้องถินว่าไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
(ตามมติ คปก. ครั้งที่ 1 / 2546 เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2546 และครั้งที่ 2 / 2547 เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2547)

       5. ขั้นตอนการตรวจสอบพื้นที่ และเอกสารหลักฐาน
       เมื่อได้รับคำขอแล้ว ส.ป.ก.จังหวัด จะดำเนินการ ดังนี้
              1) ตรวจสอบคำขอ ความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ ตรวจสอบข้อเท็จจริงรายละเอียดแปลงที่ดินและจำนวนเนื้อที่ ที่ขอใช้ เหตุผลและความจำเป็นในการขอใช้ว่า มีความเหมาะสมกับกิจการที่ขอใช้หรือไม่ เพียงใด
              2) พิจารณาในเบื้องต้นว่าอยู่ในหลักเกณฑ์การเรียกเก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ในที่ดินจากการขอใช้ที่ดินหรือไม่ หากกรณีอยู่ในหลักเกณฑ์ต้องชำระค่าตอบแทนฯ จะแจ้งราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ในที่ดินแลงที่ขอใช้
              3) กรณีอยู่ในหลักเกณฑ์ที่เลขาธิการ ส.ป.ก. มีอำนาจยกเว้นการเรียกเก็บค่าตอบแทนฯ ส.ป.ก. จังหวัด จะนำเสนอคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด เพื่อขอความเห็นชอบยกเว้นการเรียกเก็บค่าตอบแทนฯ
              4) รวบรวมเอกสารคำขอ และเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมความเห็นเสนอ คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (คปจ.) พิจารณาให้ความเห็นชอบ หากได้รับความเห็นชอบแล้ว จึงรวบรวมเอกสารคำขอ และเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และรายงานการประชุม คปจ. ส่งให้ ส.ป.ก. พิจารณา
              ข้อยกเว้น กรณีการขอใช้ที่ดินเพื่อกิจการโทรศัพท์และกิจการสื่อสารโทรคมนาคม การไปรษณีย์ ในกรณีบริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด และบริษัท ไปรษณีย์ ไทย จำกัด ซึ่งเป็นการขอใช้ที่ดินในกิจการอื่นที่ไม่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ได้มอบอำนาจให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด เป็นผู้มีอำนาจอนุญาตให้ใช้ที่ดินได้ในเนื้อที่ตามความจำเป็นและเหมาะสมแก่การนั้น โดยไม่เกินแห่งละ 5 ไร่ และให้เรียกเก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินตามราคาประเมิน กรมธนารักษ์ (มติ คปก. ครั้งที่ 2/2547 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2547)

        6. ขั้นตอน การพิจารณาคำขอใช้ที่ดิน
       เมื่อ ได้รับคำขอจาก ส.ป.ก. จังหวัด แล้ว ส.ป.ก.จะดำเนินการ ดังนี้
              1). ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารหลักฐาน กรณีถูกต้องครบถ้วน แล้วจะรวบรวมคำขอ และพิจารณาเสนอความเห็น เสนอ เลขาธิการ ส.ป.ก. พิจารณา
              2). อำนาจการพิจารณาอนุญาต
                     ก. เลขาธิการ ส.ป.ก.โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (คปจ.) มีอำนาจอนุญาตให้ใช้ที่ดินเพื่อกิจการสาธารณูปโภคและกิจการอื่นๆ ได้ตามประเภทกิจการและจำนวนเนื้อที่ที่ได้กำหนดไว้ในระเบียบ (ตามระเบียบฯ ข้อ 4)
                     ข. กรณีการขอใช้ที่ดินตามกิจการที่กำหนดไว้ตามระเบียบนี้ แต่จำนวนเนื้อที่ที่ขอใช้เกินกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ เมื่อ เลขาธิการ ส.ป.ก. ให้ความเห็นชอบแล้ว จะนำเรื่องการขอใช้ที่ดินนำเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาการอนุญาต หรือการให้ความยินยอมให้ใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน เป็นผู้พิจารณาอนุญาต  (ตามระเบียบกำหนดให้อยู่ในอำนาจการพิจารณาของคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ( คปก.) แต่ คปก. ได้มอบหมายให้ คณะอนุกรรมการฯ เป็นผู้พิจารณา)
                     ค. กรณีการใช้ที่ดินเพื่อกิจการอื่นนอกเหนือจากที่ได้กำหนดไว้ตามระเบียบนี้ ให้เสนอ คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) พิจารณาอนุญาต (ตามระเบียบฯ ข้อ 17
              3) ในกรณีเลขาธิการ ส.ป.ก. หรือคณะอนุกรรมการพิจารณาการอนุญาต หรือการให้ความยินยอมให้ใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด หรือคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม แล้วแต่กรณี ไม่อนุญาตให้ใช้ที่ดิน หรืออนุญาตไม่เต็มคำขอ หากผู้ขอใช้ที่ดิน ไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณา สามารถใช้สิทธิทางศาลปกครองได้

       7. การออกหนังสืออนุญาตฯ
เมื่อ เลขาธิการ ส.ป.ก. หรือ คณะอนุกรรมการพิจารณาการอนุญาต หรือการให้ความยินยอมให้ใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือ คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด แล้วแต่กรณี ได้อนุญาตให้ผู้ยื่นคำขอใช้ที่ดินตามกิจการที่ขอใช้ และผู้ขอใช้ได้ชำระค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ในที่ดินให้กับส.ป.ก. แล้ว ส.ป.ก. จะดำเนินการ ออกหนังสืออนุญาตให้ใช้ที่ดินฯ ( แบบ  ส.ป.ก. 4-31 ก.) ให้กับผู้ขอใช้ที่ดินต่อไป