แผนแก้ไขปัญหาความยากจน
แผนแก้ไขปัญหาความยากจน  ::  ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน  ::  ตัวอย่างเกษตรกร
นิคมเศรษฐกิจพอเพียง  ::  รายละเอียดพื้นที่โครงการ นิคมเศรษฐกิจพอเพียงชุมชน
 แผนแก้ไขปัญหาความยากจน
ความเป็นมา
  1. แผนบริหารราชการแผ่นดิน 4 ปี ได้กำหนดยุทธศาสตร์การขจัดความยากจนโดยมีเป้าหมายที่จะแก้ไขความยากจนใน 16,735 หมู่บ้าน และยกระดับรายได้คนยากจน 7.5 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นคนยากจนในภาคเกษตรประมาณ 6 ล้านคน
  2. ปัญหาสำคัญของความยากจนในภาคเกษตร คือ ขาด
    • ความรู้ และการจัดการ
    • ทุน
    • โครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะที่ทำกิน การพัฒนาดิน และน้ำ
    • ปัญหาราคาผลผลิต และตลาด
  3. ผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนแห่งชาติ (ศตจ.) พบปัญหาที่มีการลงทะเบียนมาก คือ ขาดที่ดินทำกินหรือมีที่ดินทำกินแต่ไม่เพียงพอต่อการประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัว ประมาณ 4.8 ล้านราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกินปราณ 2.02 ล้านราย และเป็นผู้มีที่ดินไม่เพียงพอ 1.63 ล้านราย ซึ่งเป็นเป้าหมายของการแก้ไขปัญหา (รวม 3.66 ล้านราย)
  4. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีภารกิจหลักในการจัดหาที่ดิน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการเกษตร การพัฒนาเกษตรกรในด้านความรู้ อาชีพ การจัดการ การแปรรูป การตลาด เพื่อทำให้ยุทธศาสตร์การขจัดความยากจนบรรลุผล
มติคณะรัฐมนตรี
    กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาความยากจน 2 รูปแบบ ประกอบด้วย
  1. ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน และ
  2. นิคมเศรษฐกิจพอเพียง
    ตามวาระการประชุมที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาความยากจน ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกาถานที่ ณ จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2548
พระราชบัญญัติและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  1. พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2519 และแก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2532
  2. พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542
  3. พระราชบัญญัติวิสาหกิจชุมชน พ.ศ.2548
  4. กฤษฎีกาว่าด้วยกลุ่มเกษตรกร พ.ศ.2547
วัตถุประสงค์
  1. บูรณาการทรัพยากรหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน (ทั้งภาคธุรกิจ และองค์กรพัฒนาเอกชน) ประชาชนโดยเฉพาะเกษตร สถาบันการศึกษาระดับต่างๆ เพื่อผสมผสานแนวความคิด ทรัพยากรและเครื่องมือ งบประมาณ ในการแก้ไขปัญหาความยากจนของเกษตรกร
  2. ผสมผสานการจัดการในด้านการสร้างกระบวนการเรียนรู้ เพื่อให้เกษตรกรยากจนรู้จักการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และเข้าถึงโอกาสต่างๆ ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงควบคู่กับการสนับสนุนการจัดการด้านปัจจัยพื้นฐาน และการช่วยเหลือด้านการตลาด เช่น การจัดที่ดินให้คนยากจน การสนับสนุนปัจจัยพื้นฐานการผลิต ความรู้ทักษะการประกอบอาชีพ การจัดการด้านการแปรรูป การตลาด บนพื้นฐานการมีส่วนได้เสีย (Stakenholder) ทุกคน ตามหลักสูตรบูรณาการ
  3. เป้าประสงค์หลัก คือ
    • เพื่อแก้ปัญหาความยากจน
    • เพื่อปรับปรุงปัจจัยพื้นฐานและพัฒนาทรัพยากรบุคคล (เกษตรกร) ให้พึ่งตนเองได้ในระบบเศรษฐกิจพอเพียง และมีศักยภาพที่จะแข่งขันกับต่างประเทศ
    • เพื่อใช้ประโยชน์จากที่ดินถูกปล่อยให้รกร้างให้เกิดประโยชน์สูงสุด
    • เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติสิ่งแวดล้อม
หลักการสำคัญ
    การแก้ไขปัญหาความยากจน ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยึดหลักการ 4 ประการสำคัญ ประกอบด้วย
  1. เน้นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ (Learning Process) เพื่อให้เกษตรกรได้เข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ ปัญญา เพื่อการแก้ไขปัญหาความยากจน ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
  2. เน้นการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ (Skill Practice) เพื่อให้เกษตรกรรู้จักการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ และเข้าถึงโอกาสใหม่ๆ โดยมีการทำกินในแปลงที่ดินที่จัดให้ควบคู่ไปกับการเรียนรู้
  3. เน้นการนำที่ดินที่ถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่ามาใช้ประโยชน์ (Land Reform) ในการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรยากจน ควบคู่กับการฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  4. เน้นการรวมกลุ่มเกษตรกร ให้พึ่งพาช่วยเหลือกันในรูปสหกรณ์ หรือวิสาหกิจชุมชน(Business Chain) สร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อช่วยเหลือด้านการตลาดอันสามารถจะเชื่อมโยงไปสู่การส่งออกในรูปการทำ Contract Farming กับบริษัทเอกชน
ประโยชน์ที่จะได้รับ
            เป็นการผสมผสานการบริหารประชาชนโดยเฉพาะเกษตรที่ขึ้นทะเบียนคนจน ด้านการปฏิรูปที่ดิน ปฏิรูปเกษตรกร และปฏิรูปการจัดการ ควบคู่กับการบูรณการทรัพยากรหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน (ทั้งภาคธุรกิจและองค์กรพัฒนาเอกชน) สถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อเร่งรัดแนวคิด ทรัพยากรบุคคล และเครื่องมือ งบประมาณการแก้ไขปัญหาความยากจนของเกษตรอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
 ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน
  1. จัดตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน
    • พัฒนาต่อยอดจากโครงการ 1 ตำบล 1 ฟาร์ม ที่ดำเนินการแล้ว 815 แปลง โครงการแปลงเรียนรู้ควบคู่การผลิตเพื่อเลี้ยงชีพ (1 อำเภอ 1 แปลง)ที่ดำเนินการแล้วจำนวน 798 แปลง และโรงเรียนแก้จน
    • เป็นศูนย์ข้อมูลของแหล่งเรียนรู้ที่จะพัฒนาให้เกิดประกายความคิด ทักษะการผลิตทักษะการผลิต การจัดการ เพื่อนำไปพัฒนาปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตของเกษตรกรตลอดจนเชื่อมโยงกับจุดเรียนรู้ของเกษตรกรตัวอย่างในระดับหมู่บ้าน เพื่อพัฒนาให้เป็นเครือข่ายของแหล่งเรียนรู้ด้านต่างๆของเกษตรกร
    • ศูนย์เรียนรู้แต่ละแห่งจะรองรับให้เกษตรกรยากจนเข้าทำประโยชน์ได้ชั่วคราวควบคู่ไปกับการเรียนรู้ทั้งในภาคปฏิบัติและภาคทฤษฎี โดยมีรายได้จากผลผลิตตอบแทน
  2. สร้างกระบวนการเรียนรู้ผ่านศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน เพื่อรองรับการให้บริการเกษตรกรยากจนที่ขึ้นทะเบียน
    • สร้างกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องควบคู่กับการรวมกลุ่มเกษตรกรให้มีการพึ่งพาช่วยเหลือกัน ทั้งในด้านการผลิตและการตลาดผ่านทางศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน และนิคมเศรษฐกิจพอเพียง ที่ต่อยอดจากโครงการต่างๆของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เช่น โครงการ 1 ตำบล 1 ฟาร์ม และโครงการการจัดทำแปลงเรียนรู้ควบคู่การผลิตเพื่อเลี้ยงชีพ (1 อำเภอ 1 แปลง) โรงเรียนแก้จน ตลอดจนโครงการจัดที่ดินในพื้นที่ ส.ป.ก. เป็นต้น
    • ขยายผลโดยการเชื่อมโยง จัดหาพื้นที่ และที่ดินเพื่อรองรับผู้ลงทะเบียนคนจน 2 กลุ่ม คือ ไม่มีที่ดิน และมีที่ดินไม่เพียงพอ ซึ่งจะกระทำในรูปแบบ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน ที่มีพื้นที่รองรับให้เข้าทำประโยชน์ในรูปแบบการฝึกปฏิบัติ และฝึกทักษะการประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยมีค่าตอบแทนเป็นค่าแรงจากการจำหน่ายผลผลิตในแปลงที่ดินที่ฝึกทำกินดังกล่าว พื้นที่ลักษณะนี้จะจัดให้เกษตรการยากจนเข้าอยู่เป็นการชั่วคราวเพื่อเรียนรู้ หลังจากครบกำหนด มีที่ไม่พอเพียงจะได้รับความรู้ในการจัดการที่ดินที่มีขนาดเล็ก และอาจรวมกลุ่มกันตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนเพื่อช่วยเหลือกันในด้านการผลิตและการตลาด โดยอาศัยศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนเป็นศูนย์ประสานงานของวิสาหกิจชุมชนในแต่ละพื้นที่ต่อไป ทั้งนี้ที่ดินที่จัดหามีหลายรูปแบบ เช่น ที่ ส.ป.ก. ที่สาธารณะประโยชน์ ที่ดินเอกชนให้ใช้ในรูปแบบไม่คิดค่าเช่า หรือจ่ายค่าเช่า ราคาต่ำ เป็นต้น
    • รวมกลุ่มเกษตรกรพัฒนาวิสาหกิจชุมชน โดยมีศูนย์เป็นหน่วยประสานงานสนับสนุนให้สมาชิกที่ผ่านหลักสูตรการเรียนรู้จากศูนย์เสรษฐกิจพอเพียงชุมชนแต่ละแห่งรวมเป็นกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกันในการดำเนินการทั้งด้านการผลิตแปรรูป และการตลาด โดยอาศัยศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนเป็นศูนย์ประสานงานภายใต้ พ.ร.บ. ปฏิรูปที่ดิน พ.ร.บ. วิสาหกิจชุมชนและกฤษฎีกาว่าด้วยกลุ่มเกษตรกร
เป้าหมาย
            จัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน โดยการพัฒนาต่อยอดจากโครงการ 1 ตำบล 1 ฟาร์ม ที่ดำเนินการแล้ว จำนวน 815 แปลงและโครงการแปลงเรียนรู้ควบคู่การผลิตเพื่อเลี้ยงชีพ (1 อำเภอ 1 แปลง) ที่ได้ดำเนินการแล้ว 798 แปลง ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายภายในปี 2551 จะขยายศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนให้ครอบคลุมทุกตำบลทั่วประเทศ อย่างน้อยตำบลละ 1 แหน่ง ตลอดจนครอบคลุมหมู่บ้านยากจน จำนวน 16,735 แห่ง ตามเป้าหมายยุทธศาสตร์การขจัดความยากจนของรัฐบาล โดยมีเป้าหมายดังนี้
  1. การจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน
    • ตำบล 1 แห่ง (7,405 ตำบล)
    • ตามกลุ่มหมู่บ้านยากจน 16,735 หมู่บ้าน
    ภาค ตำบล
    เหนือ 1,492
    ตะวันออกเฉียงเหนือ 2,673
    กลาง-ออก-ตก 2,157
    ใต้ 1,083
    รวม 7,405
  2. การเข้าร่วมการเรียนรู้ผ่านโครงการของเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนคนจนตำบลละประมาณ 200 คน รวม 1,481,000 คน
  3. การรวมกลุ่มเกษตรกรจัดตั้งและพัฒนาเป็นวิสาหกิจชุมชน โดยใช้ศูนย์ฯเป็นหน่วยประสานงาน ประมาณ 4,500 แห่ง (ร้อยละ 60 ของตำบลทั่วประเทศ)
 ตัวอย่างเกษตรกร
มุกดาหาร :: สกลนคร :: มหาสารคาม :: ขอนแก่น



 นิคมเศรษฐกิจพอเพียง
จัดตั้งนิคมเศรษฐกิจพอเพียง
  1. จัดตั้งนิคมเศรษฐกิจพอเพียง
            รวมกลุ่มสมาชิกตามหลักสหกรณ์เช่าที่ดินแปลงรวมระยะยาวจาก ส.ป.ก. ตลอดจนอาศัยเอกสารสัญญาเช่าดังกล่าวค้ำประกันการกู้ยืมเงิน เพื่อให้สหกรณ์มีทุนมาดำเนินการ
  2. จัดรูปการใช้ที่ดินทั้งแปลงอย่างเป็นระบบ โดนจัดทำเขตกรรม
    • ทำการผลิตเป็น Cluster เพื่อให้ได้มาตรฐาน GAP และทำ Contract Farming กับภาคเอกชนตามความเหมาะสม
    • สมาชิกแบ่งงานกันทำตามความถนัด ทั้งการผลิต การแปรรูป บรรจุภัณฑ์ โดยมีการทำ Branding ของนิคม
    • จัดให้มีกิจกรรมในมิติของสังคมร่วมกัน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสมาชิกในนิคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสหกรณ์ และชุมชน
    • บูรณาการกลุ่มผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกรในลักษณะไตรภาคี โดยภาครัฐช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เป็นตัวกลางในการประนอมผลประโยชน์ของเกษตรกรและภาคเอกชน
  3. สร้างกระบวนการเรียนรู้ผ่านนิคมเศรษฐกิจพอเพียงชุมชน เพื่อรองรับการให้บริการเกษตรกรยากจนที่ขึ้นทะเบียน
    • สร้างกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องควบคู่กับการรวมกลุ่มเกษตรกรให้มีการพึ่งพาช่วยเหลือกัน ทั้งในด้านการผลิต และการตลาด ผ่านทางนิคมเศรษฐกิจพอเพียงชุมชน และสหกรณ์ฯ
    • ปรับวิธีคิดจากการทำเกษตรรายย่อยเป็นการรวมกลุ่มจดทะเบียนเป๋นสหกรณ์เพื่อให้มีอำนาจต่อรองและพัฒนาเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเฉพาะด้านโดยใช้กระบวนการฝึกอบรม ศึกษาดูงาน และการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงในแปลงกิจกรรมที่สมัครใจ
    • พัฒนาศักยภาพเกษตรในโครงการ ให้สามารถเป็นวิทยากรประจำแปลงเกษตรกรรม เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระเจ้าหน้าที่ และสร้างความมั่นใจในการทำประโยชน์ในที่ดิน
    • ขยายผลโดยการเชื่อมโยงกับโครงการต่าง ๆ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  4. รวมกลุ่มเกษตรกรพัฒนาเป็นวิสาหกิจชุมชน โดยมีนิคมเศรษฐกิจพอเพียงชุมชนเป็นหน่วยงานประสานร่วมกับสหกรณ์ฯ
            สนับสนุนให้สมาชิกที่ผ่านหลักสูตรการเรียนรู้จากศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน นิคมเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกันในการดำเนินการทั้งด้านการผลิต แปรรูป และการตลาด โดยอาศัยนิคมฯ และสหกรณ์ฯ เป็นศูนย์ประสานงาน ภายใต้ พ.ร.บ. ปฏิรูปที่ดิน พ.ร.บ. วิสาหกิจชุมชน และกฤษฎีกาว่าด้วยกลุ่มเกษตรกร
เป้าหมาย
            เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของการขจัดความยากจนของรัฐบาล ส.ป.ก. จึงดำเนินการนำร่องนิคมเศรษฐกิจพอเพียงชุมชนในเขตปฏิรูปที่ดิน (ปี 2549) จำนวน 10 จังหวัด ดังนี้
พื้นที่ดำเนินการ จังหวัด พื้นที่ (ไร่) คาดการณ์รองรับเกษตรกรเป้าหมาย (ราย) เศรษฐกิจการเกษตรเน้นหนัก
พื้นที่เขตปฏิรูป พื้นที่รองรับการเกษตร
นิคมเศรษฐกิจพอเพียงชุมชนอำเภอด่านมะขามเตี้ย กาญจนบุรี 620 400 130 อ้อยพันธุ์
Cash Crop
ถั่วลิสง
นิคมเศรษฐกิจพอเพียงอำเภอบางน้ำเปรี้ยว ฉะเชิงเทรา 90 90 50 ปลาสวยงาม
นิคมเศรษฐกิจพอเพียงอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ กาฬสินธุ์ 1260 260 60 โคเนื้อ
นิคมเศรษฐกิจพอเพียงชุมชนกิ่งอำเภอโนนศิลา ขอนแก่น 3800 3800 197 โคเนื้อ
ผักปลอดสารพิษ
นิคมเศรษฐกิจพอเพียงชุมชนวังน้ำเขียว นครราชสีมา 3735 600 500 โคเนื้อ แพะ
Cash Crop
นิคมเศรษฐกิจพอเพียงชุมชนอำเภอเบญจลักษณ์ ศรีสะเกษ 177 177 20 โคเนื้อ
ยางพารา
นิคมเศรษฐกิจพอเพียงชุมชนอำเภออมก๋อย เชียงใหม่ 2800 1700 330 กาแฟ ไม้ผล
Cash Crop
นิคมเศรษฐกิจพอเพียงชุมชนอำเภอเมืองเชียงราย เชียงราย 400 255 100 ชา ผัก ลิลลี่
ข้าวโพดหวาน
นิคมเศรษฐกิจพอเพียงชุมชนอำเภอจุน พะเยา 2028 2028 200 ประมง โคเนื้อ
Cash Crop
นิคมเศรษฐกิจพอเพียงชุมชนอำเภอสายบุรี ปัตตานี 4700 200 650 โคเนื้อ แพะ
Cash Crop

ระยะเวลา
    ปี 2549 – ปี 2551

หน่วยงานรับผิดชอบ
    กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 รายละเอียดพื้นที่โครงการ นิคมเศรษฐกิจพอเพียงชุมชน
กาญจนบุรี :: ฉะเชิงเทรา :: กาฬสินธุ์ :: ขอนแก่น :: นครราชสีมา :: ศรีสระเกษ :: เชียงใหม่ :: เชียงราย :: พะเยา :: ปัตตานี